แจ้งความจับหญิงพิการหลอกโกงเงินโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล

280

ชาวบ้านที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อแจ้งจับสาวพิการ หลอกลงทุนโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล รับส่วนแบ่งกินเปอร์เซ็นต์ ก่อนสูญเงินหลายสิบล้านบาท

             วันที่ 20 พ.ย. 62 ที่สถานีตำรวจภูธรสีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เกือบ 20 คน เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.สุพักต์ ประทุมมา หรือแดง  อายุ 47 ปี ชาวบ้านหนองโก ต.หนองแดง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น หญิงขาพิการ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า หลอกลวงและฉ้อโกงประชาชน โดยนางสาวสุพักต์ อ้างว่ามีโควต้าล๊อตเตอรี่อยู่ในมือจำนวนมาก และสามารถล๊อคโควต้าใบสั่งซื้อล๊อตเตอรี่ได้จำนวน 2,000-5,000 เล่ม ราคาเล่มละ 7,040 บาท โดยในใบสั่งซื้อ 1 เล่ม จะได้ล็อตเตอรี่ จำนวน 100 ชุด และยังหลอกว่าถ้าซื้อแล้วไม่ต้องขายเอง เพราะจะมีเครือข่ายทำหน้าที่กระจายนำล็อตเตอรี่ไปขายให้ โดยผู้ที่สั่งซื้อให้รอเงินปันผลอย่างเดียว ซึ่งในช่วงแรกมีการปันผลให้จริง เป็นเงิน 10 % ของเงินลงทุน โดยหากซื้อ 1 เล่ม จะได้เงินปันผล 700 บาท ในทุกๆ 15 วัน หลังการประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทั่งหญิงพิการรายดังกล่าว เริ่มบ่ายเบี่ยงที่จะจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินให้กับชาวบ้านที่นำเงินมาลงทุน

         นางสาวนัทรียา เดชสุทธิ  หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า หญิงพิการคนดังกล่าว เป็นคนในหมู่บ้านที่ชาวบ้านซึ่งตกเป็นเหยื่อรู้จักเป็นอย่างดี โดยได้ไปขายล็อตเตอรี่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งได้กลับมาบ้านที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งได้มีการชักชวนให้ชาวบ้านมาซื้อล็อตเตอรี่เป็นเล่ม โดยอ้างว่าตนเองมีโควต้าจำนวนมาก มีการกล่าวอ้างว่าเป็นคนของสมาคมคนพิการ และรู้จักกับคนในกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ในช่วงเริ่มแรกมีชาวบ้านร่วมลงทุนไม่กี่ราย แต่ก็ได้เงินปันผลจริง เมื่อคนอื่นๆ เห็นว่า ได้รับเงินปันผลจริง โดยไม่ต้องนำล็อตเตอรี่ไปขายเอง จึงเข้าร่วมมากขึ้น และลงทุนซื้อล็อตเตอรี่หลายเล่มขึ้น จากที่เคยซื้อ 10 เล่ม เพิ่มเป็น 100 เล่ม แต่ผู้ที่ซื้อเกือบทั้งหมด ไม่เคยเห็นเล่มล็อตเตอรี่ที่ตนเองซื้อ ขณะที่ตนเองลงทุนครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 เป็นเงิน 352,000 บาท ได้เงินปันผลมาประมาณ 3 หมื่นบาท และตัดสินใจลงทุนไปครั้งที่ 2 เป็นเงิน 200,000 บาท หลังจากนั้นนางสาวสุพักต์  ก็บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดไม่ยอมจ่ายเงินทั้งที่เป็นเงินต้นและเงินปันผล จึงมั่นใจว่าถูกหลอก จึงสอบถามชาวบ้านคนอื่นๆก็ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

  เช่นเดียวกับนางสาวเจษสุณี เบคเคโวลค์ อายุ 38 ปี บอกว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขณะที่ตนเองทำงานอยู่ต่างประเทศ ได้รับการชักชวนจากนางสาวสุพักต์ ซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันที่ตนเองก็รู้จักพื้นเพเป็นอย่างดีว่า มีอาชีพขายล็อตเตอรี่มานาน ได้ชักชวนให้มาร่วมลงทุนซื้อล้อตเตอรี่ในราคาเล่มละ 7,040 บาท อ้างว่าจะได้เงินปันผล 10 เปอร์เซ็นต์ ทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน ด้วยความที่เชื่อใจเพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน จึงตัดสินใจลงทุนซื้อล็อตเตอรี่ 30 เล่ม เป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท เมื่อถึงครบกำหนดจะจ่ายเงินปันผล นางสุพักต์ ก็บอกว่า เงินปันผลได้มาแล้วอยู่กับตัวเอง แต่อ้างว่ามีล็อตเตอรี่มาล็อตใหม่อีกเป็น  100 เล่ม จึงชักชวนให้ตนเองนำเงินมาลงทุนอีก ตนเองก็เชื่อเพราะไม่คิดว่าจะถูกโกง และทำอย่างนี้เรื่อยมาตลอด โดยนำทรัพย์สินทั้งบ้านและรถยนต์ไปขายนำเงินมาลงทุน รวมเงินของตัวเองและสามทีที่ลงทุนไปเป็นเงิน 4 ล้านกว่าบาท

ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู ได้แยกผู้เสียหายเพื่อให้ปากคำกับ ซึ่งเบื้องต้นจากพฤติการณ์ของนางสาวสุพัต์ เข้าข่ายความผิดฉ้อโกงประชาชนเพราะมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และมูลค่าความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท

รับทำเว็บขอนแก่น, รับทำเว็บไซต์ขอนแก่น