รวบหนุ่มมุกดาหารแฮคเฟสบุ๊คหลอกเงินกว่า14ล้านบาท

486

ตำรวจภูธรภาค 4 จับกุมหนุ่มชาวจังหวัดมุกดาหาร หลังก่อเหตุแฮคเฟสบุ๊ค แล้วหลอกลวงเอาทรัพย์สิน โดยมีผู้เสียหายทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นคน รวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท

      วันที่ 19 พฤษภาคม 2563  ที่กองบังชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4  แถลงผลการจับกุมแก๊งค์ Hack Facebook หลอกโอนเงิน ได้ผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ประกอบ ด้วย นาย กนกพล  ชนะสัตย์ อายุ 25 ปี ชาวตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออาวลึก จังหวัดกระบี่, นาย เอกลักษณ์  ชนะสัตย์ อายุ 22 ปี ชาวตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ และนาย พีรพรรษ  รักศักดิ์เสถียร อายุ 21 ปี ชาวตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีรรมราช จังหวัดนครศรีธรมราช หลังจากเมื่อวันที่ 1พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ว่ามีผู้ใช้เฟชบุ๊ค ชื่อ Klinjun Ramangkool ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้เสียหาย ได้แชทมาขอยืมเงิน ชื่อบัญชีนางแสงไว  พรหมรักษ์ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินไปให้ยังบัญชีดังกล่าว เมื่อโอนเงินแล้วจึงโทรศัพท์สอบถามเจ้าของเฟซบุ๊คคังกล่าว ปรากฎว่าไม่ได้เป็นคนโพสต์ขอยืมเงินแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะถูกแฮกเฟสบุ๊คคังกล่าวเพื่อหลอกยืมเงิน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาที่ปลอมเฟสบุ๊คหลอกโอนเงิน คือ นายเอกลักษณ์ โดยจะคันหาเบอร์โทรศัพท์จากgoogle แล้วนำเบอร์โทรศัพท์ไปล็อคอินท์เข้าเฟชบุ๊ค ส่วนรหัสผ่านก็จะสุ่มเอาจากหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อเข้าบัญชีเฟซบุ๊คของผู้เสียหายได้แล้ว ก็จะแชทไปขอยืมเงินจากเพื่อนสนิทในเฟสบุ๊ค และให้โอนเข้าบัญชีธนาคารที่จัดเตรียมไว้ จากนั้นก็จะถอนเงินสดออกจากบัญชีแล้วนำมาแบ่งกัน ซึ่งที่ผ่านมามีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก จากการตรวจสอบเงินหมุนเวียนในบัญชีผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 14.7 ล้านบาท ประมาณ และจากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีการเข้าแฮกเฟชบุ๊คของผู้อื่นจำนวน 289 ครั้ง โดยก่อนหน้านี้นายเอกลักษณ์ ถูกจับกุมในความผิดเกี่ยวกับ พรบ.คอมพิวเตอร์ และอยู่ระหว่างประกันตัว ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนท่านใดถูกคนร้าย Hack Facebook หรือ สงสัยว่าคนร้ายกลุ่มนี้จะเป็นผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน

 เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ หรือนำข้อมูลเท็จระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถเข้าถึงได้” ก่อนให้หนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

รับทำเว็บขอนแก่น, รับทำเว็บไซต์ขอนแก่น