ผัวเก่าหึงโหดบุกแทงอดีตภรรยาเสียชีวิตคาบ้าน

อดีตสามีหึงโหดง้ออดีตภรรยาก่อนปีนหน้าต่างใช้มีดแทงอดีตภรรยาเสียชีวิตภายในบ้าน ขณะที่ป้าพิการนอนดูทีวีอยู่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเผยก่อนหน้านี้เคยมาทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตจนต้องเข้าโรงพยาบาล

อดีตสามีหึงโหดง้ออดีตภรรยาก่อนปีนหน้าต่างใช้มีดแทงอดีตภรรยาเสียชีวิตภายในบ้าน ขณะที่ป้าพิการนอนดูทีวีอยู่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างเผยก่อนหน้านี้เคยมาทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตจนต้องเข้าโรงพยาบาล

เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 12 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมาสมาคม วี.อาร์.กู้ภัยมิตรภาพเมืองพล รับแจ้งเหตุ บุคคลถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีด บริเวณบ้านหัวสะพาน ตำบลโจดหนองแก อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นหญิง 1 ราย ถูกของมีคมแทงเข้าหลายจุดเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโจด อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวกรณ์นวลพรรษ นาไพรวัน อายุ 46 ปี 

ต่อมาว่าที่ 13 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโจด อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิตที่อาศัยอยู่กับป้าพิการเพียง 2 คน โดยจุดที่คนร้ายก่อเหตุนั้นอยู่ภายในห้องภายในตัวบ้าน ซึ่งขณะที่คนร้ายก่อเหตุนั้น นางปอนด์ นาไพรวัน อายุ 74 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต ก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่คนร้ายก่อเหตุเนื่องจากเป็นคนพิการและได้นอนดูทีวีอยู่บริเวณหน้าห้องที่คนร้ายก่อเหตุ ได้พยายามห้ามปรามคนร้ายแต่คนร้ายก็ไม่ฟังหลังจากก่อเหตุเสร็จก็ได้ออกทางประตูบ้านและหลบหนีไป ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายสมพร ศรีเกตุ อายุ 42 ปี 

นางปอนด์ นาไพรวัน อายุ 74 ปี ป้าของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในเหตุการณ์ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุตนเองนั้นนั่งดูทีวีอยู่หน้าห้องโดยก่อนเกิดเหตุนั้นผู้เสียชีวิตอาบน้ำเสร็จและได้เข้าไปภายในห้องดังกล่าวซึ่งขณะนั้นประตูห้องไม่ได้ปิดสนิทก่อนได้ยินเสียงผู้ชายดังขึ้นว่า “กูรอมึงมา 3 ชั่วโมงแล้ว” จากนั้นก็ได้ยินเสียงผู้เสียชีวิตร้องขอความช่วยเหลือจึงได้เปิดประตูดูก็เห็นภาพคนร้ายนั้นกำลังใช้มีดแทงไปยังผู้เสียชีวิตจนล้มลงกองอยู่กับพื้น ตนเองก็ได้อ้อนวอนให้คนร้ายหยุดทำได้แล้วแต่ก็ไม่ฟัง จากนั้นคนร้ายก็ได้รีบหนีออกทางประตูข้างบ้าน และได้ปีนรั้วหน้าบ้านหนีออกไป หลังจากคนร้ายออกไปตนเองก็ได้เดินออกไปเปิดหน้าต่างและได้ตะโกนเรียกชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงและผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยเหลือ

ก่อนหน้านี้คนร้ายเคยเข้ามาที่บ้านแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกก็เข้ามาง้อเพื่อจะให้ผู้เสียชีวิตกลับไปอยู่ด้วย ส่วนครั้งที่ 2 ผู้ก่อเหตุก็ได้เข้ามาทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตจนสลบจนได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากผู้เสียชีวิตออกจากโรงพยาบาลผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้ปืนจี้ไปยังผู้เสียชีวิตให้กลับไปอยู่ด้วยที่อำเภอน้ำพองก็ไปอยู่ได้ประมาณ 3 วันก็กลับมาอยู่ที่บ้าน จนถึงครั้งนี้คนร้ายได้เข้ามาและได้ลงมือใช้มีดแทงเข้าไปที่ผู้เสียชีวิตจนเสียชีวิต ก่อนหน้าที่จะเลิกรากันผู้ก่อเหตุติดยาไม่ทำงานและคอยเกาะผู้เสียชีวิตกินตลอดจนทนไม่ไหวเลยต้องเลิกรากันไป อีกทั้งผู้ก่อเหตุติดยาเสพติดด้วย 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดป่าวาฬุการาม ซึ่งเป็นวัดที่ได้มีการตั้งสวดอภิธรรมนางสาวกรณ์นวลพรรษ นาไพรวัน อายุ 46 ปี ผู้เสียชีวิต โดยบรรยากาศงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยญาติจะมีการตั้งสวดอภิธรรม 1 คืน ก่อนจะมีการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ 

ด้านนายพงศ์ศรณ์ นาไพรวัน อายุ 72 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกสาวของตนเองนั้นเลิกรากับผู้ก่อเหตุมาแล้วประมาณ 5-6 ปี ก็ได้มาอยู่ที่บ้านของนางปอนด์ นาไพรวัน ป้าของผู้เสียชีวิตและอยู่คอยดูแลและเปิดร้านกาแฟเล็กๆตั้งอยู่ที่หน้าบ้าน อีกทั้งยังมีลูกสาวอีก 1 คน ที่ต้องคอยดูแล ซึ่งก่อนหน้านี้คนร้ายก็ได้ขู่ว่าถ้าไม่ได้เมียกลับไปจะเอาชีวิตของตนเองและยายแทนทำให้ลูกสาวตนเองนั้นต้องโอนตังให้ใช้ตลอดจนมาถึงครั้งนี้ก็ได้มาดักรอที่บ้านแล้วก็ปีนหน้าต่างเข้ามาทำร้ายลูกสาวตนเองจนเสียชีวิต ซึ่งตนเองคาดว่าคนร้ายน่าจะมีอาการจากการเสพยาเสพติดด้วยจึงก่อเหตุเช่นนี้ขึ้น 

ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุตนเองและป้าของผู้เสียชีวิตก็อยู่ในอาการหวาดระแวงเนื่องจากเป็นคนพิการ เวลาเดินต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยถ้าเกิดคนร้ายวนกลับมาบ้านอีกครั้งก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ จึงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด 

ด้าน พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ ได้เผยกับทางผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายโดยเร็วที่สุดเนื่องจากผู้ก่อเหตุขณะนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนี โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการลงพื้นที่เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายแล้ว 

นายสมพร ศรีเกตุ อายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุ
รับทำเว็บขอนแก่น, รับทำเว็บไซต์ขอนแก่น


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

TAWAN COFFEE & STEAK HOUSE
error: ข่าวมีลิขสิทธิ์ กรุณาอย่าก็อปปี้เนื้อหา ขอบคุณครับ