รวบ “ไทเกอร์” CEO KDFX หลังหลอกชักชวนลงทุนเทรด “Forex”

13423

ตำรวจกองปราบบุกรวบ “ไทเกอร์” CEO KDFX หลังนักธุรกิจหลงเชื่อ มอบเงิน 20 ล้าน ร่วมฝากเทรด “ฟอร์เร็กซ์” แต่ไม่ได้รับโบนัสผลกำไรตามที่ตกลงและได้ปิดบริษัทหนีไป

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 18 สิงหาคม 2564 ที่สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.รุงศักดิ์ จงกลรัตน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน และ พ.ต.ท.มนตรี ทองนอก รองผกก.(สอบสวน)สภ.เวฬุวัน นำตัวนายไผทรัฐ รัญมาศรี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111ม.8 ต.เกาะกลาง อ.เกาลันตา จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 148/ 2564 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2564 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และข้อหากู้เงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน  ออกจากห้องควบคุม มาทำการสอบสวน

พ.ต.อ.รุงศักดิ์ จงกลรัตน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน เปิดเผยภายหลังการสอบสวนผู้ต้องหาว่า เนื่องจากในช่วงปี 2562 ถึงเดือนกันยายน 2563 นายไผทรัฐ  ได้มาเปิดบริษัทชื่อบริษัท เอเอฟเอ กรุ๊ป จำกัด อยู่ที่บ้านท่อน หมู่ 8 ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น  ซึ่งเปิดสอนและให้คำปรึกษา พร้อมวางแผนการเงินและดูแลการลงทุนเป็นการส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือผู้มารับคำปรึกษา ให้มีการวางแผนการเงิน และได้เชิญชวนให้ผู้เสียหาย ให้ร่วมลงทุนเทรคเงินสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะเงินดอลล่า เป็นการเก็งกำไรจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
ซึ่งการลงทุนนั้นมีประชาชนในทุกสาขาอาชีพ เข้าร่วมรับฟังการอบรมการสอนในเรื่องของค่าเงินต่างประเทศ ประชาชนหรือผู้เสียหายสนใจก็นำเงินมามอบเงินให้ผู้ต้องหาที่บริษัทหรือโอนให้ผู้ต้องหา  เพื่อให้ผู้ต้องหาเทรดเงินให้ ส่วนการเทรคเงินนั้น ประชาชนที่นำเงินมาร่วมทุนหรือมาเทรคจะได้ส่วนแบ่งมากน้อยอยู่ที่ค่าของเงินดอลล่าในแต่ละวัน แต่จะได้ไม่ต่ำกว่า 60%  และทางฝ่ายผู้ต้องหาจะได้ 40%

ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าวอีกว่า นายไผทรัฐ  ในฐานะกรรมการผู้จัดการ มีการสอนและการชักชวนประชาชนมาร่วมทุน โดยมีการเชิญคนมีชื่อเสียงมาเป็นวิทยากรอบรม มีคนมาเข้าอบรมมากเช่นกัน ประชาชนจึงหลงเชื่อจำนวนมาก แต่มีคนกล้าเข้าแจ้งความเพียง 12 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 19 ล้านบาท  และในการที่ประชาชนกล้านำเงินมาเทรคก็เพราะผู้ต้องหารับประกันทุนที่ลงได้กำไรแน่นอน ผู้เสียหายที่หลงเชื่อนำเงินมาร่วมทุนร่วมเทรค และในเบื้องต้นได้ผลตอบแทนดีทุกราย แต่ในช่วงปลายปี 2563 ไม่ได้ผลตอบแทนและถอนทุนคืนไม่ได้ ผู้เสียหายทวงถามก็เพิกเฉย และปิดบริษัทหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสภ.เวฬุวัน จำนวน 12 ราย ให้ทำการสืบสวนจับกุม นายไผทรัฐ รัญมาศรี อายุ 40 ปี มาดำเนินการตามกฎหมาย


เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ ซึ่งเมื่อมีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งหมายจับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว  กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงประสานงานมาให้ตำรวจสภ.เวฬุวันไปรับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผกก.สภ .เวฬุวัน กล่าวต่ออีกว่า การสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และว่า มีการสอบ มีการอบรมจริง แต่การลงทุนประชาชนเต็มใจนำเงินมาร่วมเทรคเองไม่ได้มีการชักชวนแต่อย่างใด  ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การ เพราะพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนและขอศาลออกหมายจับ ตามพยานหลักฐานที่มี ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนก็คัดค้านการประกันตัว และภายหลังการสอบสวนก็จะส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ตามขั้นตอนต่อไป
และในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาจากห้องควบคุมมาทำการสอบสวนนั้น มีผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจ ชาวจังหวัดขอนแก่นเป็นหญิงสาว 2 ราย มารอพบผู้ต้องหาที่หน้าห้องสอบสวน เมื่อพบหน้ากัน ฝ่ายผู้เสียหายได้ตะโกนขอความเห็นใจจากผู้ต้องหาว่าขอเงินคืน เพราะขณะนี้ครอบครัวกำลังเดือดร้อน  แต่ไม่มีเสียงตอบจากผู้ต้องหาแต่อย่างใด


ในเวลาต่อมา นส.อ้อม อายุ 49 ปี ผู้เสียหายที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ นามสกุลที่อยู่  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า  เป็นนักธุรกิจในจังหวัดขอนแก่น มีเพื่อนแนะนำให้เข้าร่วมฟังการอบรมที่บริษัท เอเอฟเอ กรุ๊ป จำกัดที่บ้านท่อน  ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อเข้ารับฟังแล้ว ก็เชื่อในสิ่งที่ผู้ต้องหาพูด และผู้ต้องหาก็ชวนให้นำเงินมาร่วมลงทุน จึงได้นำเงินมาให้ผู้ต้องหาเทรคเงิน ซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศ  ลงทุนครั้งแรก 1 ล้านบาท ก็ได้รับส่วนแบ่งตามที่ตกลงคือ 60 และ 40 หมายถึงเจ้าของเงินจะได้ส่วนแบ่ง 60% บริษัทและตัวผู้ต้องหาหรือบริษัทได้ 40% เมื่อเห็นว่ามีรายได้จริง จึงทยอยร่วมลงทุนมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2562-2563 รวมหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 20ล้านบาท แต่ไม่ได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไร เนื่องจากผู้ต้องหาแจ้งว่า ได้นำเงินส่วนแบ่งไปลงทุนเพื่อเพิ่มกำไรหมดแล้ว ทีแรกก็เชื่อ แต่ต่อมาไม่มีการแจ้งในเรื่องของผลกำไร ไม่ทราบผลส่วนแบ่งต่างๆที่ควรจะได้ จึงทวงถามและตามหาเพื่อขอเงินทุน 20 ล้านบาทคืน แต่ผู้ต้องหาปิดบริษัทหนีไปแล้ว จึงรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา ให้นำเงินต้นที่ลงทุน 20 ล้านบาทมาคืน ถ้าไม่คืนก็ให้ตำรวจส่งตัวเข้าคุกตามขบวนการทางกฏหมาย

รับทำเว็บขอนแก่น, รับทำเว็บไซต์ขอนแก่น